| ..:::••~!!P[o]M... 的个人资料..:::••!!~PoM~mÉ~!!••:::...照片日志列表 | 帮助 |
|
5月15日 15*05*06
วันที่ 15 พฤษภาคม 2549
แค่ไม่มี "คนรัก" ไม่ใช่ไม่มี "ใครรัก" สักหน่อย
จากที่เราเคยมีใครสักคน ที่เราสามารถเรียกได้เต็มคำว่า “คนรัก” ของเราแล้วพอวันหนึ่งจะไม่มีอีกแล้ว ก็เป็นเรื่องที่ต้องทำใจยากอยู่พอสมควร เพราะที่ผ่านมา เราต่างย่อมมีความทรงจำที่ดีกับคนรักของเรา แม้ว่าตอนนี้ความทรงจำที่ดีมันจะเหลือน้อยเต็มที
แต่บางคนก็ยังอยากรักษา สภาพของคำว่า "คนรัก" อยู่ต่อไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ไม่ขอหนีไปไหน จะเจ็บยังไงก็อดทน ขอแค่ได้อยู่เป็นคนรัหไปเรื่อยๆ ตนเองมีความสำคัญเหลืออยู่แค่ไหนก็ทนได้ ประมาณว่ากอดความเป็นเจ้าของไว้สุดฤทธิ์ เจ็บยังไงก็ทนได้ นั่นอาจเป็นเพราะจริงๆ แล้ว เรากลัวมากกว่า... กลัวที่จะต้องคอยตอบคำถามคนนู้นคนนี้ว่าแฟนไปไหน เลิกกันแล้วหรอ ฯลฯ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ยิ่งไม่ต้องคิด ไม่ต้องไปสนใจใหญ่เลย เพราะว่าเวลาที่เราเจ็บ เวลาที่เราทุกข์ คนที่ถามคำถามเหง่านั้น ไม่มีใครมาเจ็บด้วย มาทุกข์ด้วยนี่ หรือเราอาจกลัวที่จะต้องรู้ว่า ต่อไปนี้เราต้องทำอะไรคนเดียว และอยู่คนเดียว แถมยังอดที่จะคิดไม่ได้ว่า ไม่มีแฟนๆๆๆ ซ้ำไปซ้ำมาอยู่แค่นั้น
การที่ไม่มีแฟนนั้น จริงๆแล้วมันอาจจะไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เราคิดหรอก สิ่งที่น่ากลัวและคอยหลอกหลอนเราอยู่ คือความคิดของเราต่างหาก ที่จะบอกว่า โอย...นี่ฉันจะทำยังไงดี ฉันไปกินข้าวกับใคร จะไปดูหนังกับใคร จะคอยทะเลาะกับใคร เรานั่นแหละที่จะคิดเอาเองว่า ขาดคนๆหนึ่ง ในชีวิตแทบจะไม่เหลือ เหมือนไม่มีใครในชีวิต เราได้สร้างความกลัวขึ้นมาเองแทบทั้งนั้น ไม่มีคนรัก ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นหรอก หลายคนในโลกใบนี้ที่ไม่มีคนรักเขาก็อยู่ได้ หลายคนอยู่เป็นโสดเขาก็มีความสุขดี ลองมองดูรอบๆ ข้างเราดูสิ มีผู้คนมากมายรายล้อม พ่อแม่ เพื่อนฝูง เพื่อนร่วมงาน ทั้งเพื่อนสนิทและเพื่อนไม่สนิท ที่เรายังสามารถคบหา ไปมาหาสู่ และคอยรักใครห่วงใยเรา
“เราไม่ใช่คนตัวคนเดียว เรายังมีสังกัด มีองค์กร มีที่มีที่ไป เราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวเลย แล้วจะต้องไปกลัวอะไรมากมาย เราเสียใครไปเพียงคนเดียว แต่สิ่งที่เราได้กลับคืนมาคือสังคม คือคนรอบข้าง ที่อาจจะนานแล้วที่เราไม่ได้สนใจ เอาใจใส่ดูแลพวกเขา ลองมองในรูปแบบของการลงทุนดู เลียไปครั้งหนึ่ง เสียคนที่เรารักไปหนึ่งคน แต่ได้สังคม ได้กลับมาหาคนที่รักเรานับสิบคน คุ้มจะตาย!!” 4月30日 30*04*06
30 เมษายน 2549 ความว่างเปล่าที่ไม่จำเป็นต้องเติมเต็ม.....
เคยถามตัวเองมั้ยว่า... ทำไมบางครั้งชีวิตเราถึงวุ่ยวายขนาดนี้ มีอะไรต่อมิอะไรอยู่เต้มไปหมด จนรู้สึกว่าชีวิตเป็นเหมือนกล่องๆหนึ่ง ที่สามารถบรรจุอะไรต่อมิอะไรได้มากมาย และในขณะเดียวกันกล่องๆนั้นก้มีข้อจำกัด ว่าจะบรรจุอะไรได้มากมายแค่ไหน
บางครั้งที่เราหลงลืม และเผลอเรอ ให้ชีวิตไปอย่างเพลิดเพลินกับความสุข หรือจ่อมจมกับความทุกข์จนไม่มีเวลาหันมาดูตัวเอง นั่นแหละที่เราจะลืมนึกว่า กล่องใบนี้ไม่ได้จุพอที่จะเก็บทุกๆอย่างเอาไว้ เราจะรู้ตัวก้ต่อเมื่อเอาของอะไรใส่เข้าไปไม่ได้อีกแล้ว เวลาที่เรารักใครสักคนก็ดูเหมือนกับว่า เราก็พร้อมที่เอาอะไรใส่เข้ามาในชีวิตได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะ สุข หรือ ทุกข์ เราไปเจออะไรมาก้กองๆสุมไว้จนเยอะแยะไปหมด จริงอยู่เวลาเรารักเราหวงความสุขอยากเก็บแต่ความสุขไว้ แต่เมื่อเวลาทุกข์เราก็ไม่เคยโยนทิ้งลงขยะได้สักครั้ง และนั่นก็ทำให้ชีวิตดูรกรุงรังไปหมด เราจะเลือกเฉพาะความสุขมาใส่ชีวิตไม่ได้อีก เพราะความรักต้องมีทั้งสุขและทุกข์ แต่เราต้องรู้จักนำเอาทั้งสองสิ่งมาเปรีบยเทียบกัน มาชั่งน้ำหนักดูว่าอย่างไหนหนักกว่ากัน แค่เราอยากได้ความสุขที่ได้นิดๆหน่อยๆ แต่ต้องแลกกับความทุกข์ที่ซ้ำซากมากมาย มันสมควรแลกกันรึเปล่า
เมื่อรักอย่างนั้นก็แค่ทำให้ชีวิตเต็ม แต่ไม่รู้ว่าเต็มไปด้วยสุข หรือทุกข์กันแน่ แล้วจะทนรักไปทำไม... ถ้าลองตัดใจได้...ทำเป็นไม่สนใจไม่แคร์ ไม่ต้องการความสุขเล็กน้อยนั้นอีก กล้าที่เลิกรัก ไม่ต้องมีคนรัก กล้าที่จะอยู่คนเดียว ไม่อยากทุกข์มากๆอีก ก็ตัดใจทิ้งความสุขเล็กๆนั้นไปซะ แต่อาจจะรู้สึกว่าชีวิตเรามันว่างเปล่าไปสักนิด จริงๆชีวิตมันไม่ได้ว่างเปล่าหรอก มันแค่ "ว่าง”เฉยๆไม่มีอะไรมาสุมอีกแล้ว ไม่ต้องสุข ไม่ต้องทุกข์
พาชีวิตมาตั้งต้น มาตั้งสติ โดยเริ่มจากความว่าง ความไม่มี ให้จิตใจสงบ ได้ทบทวนอะไรๆ ที่ผ่านไป... แล้วกลับมาเพ่งมองชีวิตตัวเองอีกที คราวนี้แหลพ จะเห็นทุกอย่าง โล่ง สบายๆโปร่งๆและน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ
หลังจากนั้นเวลาที่เราใช้ชีวิตในวันต่อๆไป เราไปเจออะไรๆ เราก้สามารถซาบซึ้งกับสิ่งอื่นๆรอบข้าง มีเวลาเราสนใจเรื่องต่างๆที่ดีๆ มีดวงตาที่จะมองเห็นโลกในมุมมองที่สุนทรี และที่สำคัญเราสามารถที่จะเลือกเก็บเอาสิ่งที่เราต้องการ มาไว้ในชีวิตได้อีกครั้ง เพราะถึงตอนนี้ชีวิตจะมีที่ว่างแล้ว ไม่ต้องคอยให้ความรักมาเติมชีวิต ชีวิตก็เต็มได้ หรือถ้ายังไม่มีอะไรมาเติมก็ปล่อยำว้ให้ว่างไปอย่างนั้นก็ได้นี่... ไม่เห็นต้องรีบร้อนเลย
“บางทีก็ปล่อยชีวิตให้ว่างบ้าง จะได้มีที่ว่างสิ่งดีๆ ได้บ้างในวันข้างหน้า”
4月23日 23*04*06
23 April 2006
วันนี้ก็เป็นอีกวันนึงที่มันผ่านเข้ามาในชีวิต
เป็นวันนึงที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
แต่ก็พาอีกวันนึงมาแทน
ไม่มีใครรู้ได้เลย....
ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น
หากวันนึงเกิดสิ่งที่ไม่คาดฝันขึ้นมา
จะทำอย่างไร
ใครจะรู้....
ในบางครั้งการที่เราจะเริ่มทำอะไรที่มันง่ายๆ
แต่เราก็ยังไม่สามารถที่จะทำ....ได้เลย
--------------------
อีก 98.....
ใครรู้บ้างว่าเป็นวันอะไร??
เราไม่บอกหรอก
ถ้าใครรู้ก็ตอบๆมาแล้วกาน
ไว้ใกล้ๆแล้วจะบอก
ใครไม่รู้ก็ไม่ว่ากัน
เพราะคงไม่ค่อยมีใครรู้อยู่แล้ว
แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกนะ
มีคนๆนึงที่เราหวังจะให้จำวันนั้นได้
แต่เราก็ไม่รู้หรอกนะ
ว่าเค้าจะจำได้มั้ย.....
มันก็แค่ความหวังเล็กๆ
ที่เราหวังไว้เท่านั้นเอง
แต่หากวันนั้นมาถึง
แล้วเค้าจำได้
มันคงจะเป็นอะไรที่ทำให้.....
เรามีความสุขได้
แค่เค้าจำได้ก็ดีใจแล้ว......
ไม่จำเป็นต้องทำอะไรให้เลย.....
-------------------
I hope all da thingz dat had I wish
Would come true….
I don’t care when it wil happen
But I juz want it to happen
It’s never too late to do thingz
Dat I wish…..
Even it is too late….
I still accept it from you….
4月15日 15*04*0615 เมษายน 2549
เบื่อจังเรยย~~
สงกรานต์หยุดยาวๆๆๆ
แถมยังไม่ได้ไปไหนอีก
เบื่อมากมาย
เซงมากมายๆๆๆ
เพื่อนๆๆๆๆทั้งหลาย
ก็เที่ยวกานอย่างหนุกหนานจริงๆๆ
ก็นะคนมันไม่ได้ไปหนิน่า
อยู่แต่บ้าน
ไปไหนคนก็เยอะไปหมดเรย
นี่ไม่อยากจาบอก
โรงเรียนหยุดอาทิตย์นึงแร้ว
ช้านยังทำการบ้านไม่เสดเลยคุณเอ้ยยย
เด๋วต้องรีบไปทำแหละ
พรุ่งนี้คงไม่ได้อยู่บ้านแน่ๆเลย
ต้องไปบ้านญาติ (อีกแหละ)
ก็นะ
มันเป็นอะไรที่ค่อนข้างน่าเบื่อเล็กน้อย....
ไปแหละๆๆๆ
ไปทำการบ้านคร่ะ
ยังไม่เสดเล้ยยยย
บะบายคร่า
- - - - - - - - - - - - - - - -
English……
So surprise!! I type English….
Damn I never type blog in English
Anyway I’m typing now
Since this week is Songkarn week
Which is Thai New Year Also?
(I think not very sure…)
So… I would like to say
“HAPPY SONGKARN DAY EVERYONE”
I hope you guyz are “happy”
And I also hope that I will be happier
Right now I’m not very happy because of something…
Sometime I felt like don’t wanna live…
In this world anymore
But one of my friend had said to me that
If there is something going on in your life
Juz don’t think about it too much
But I cant stop thinking of it
I wondered why these things happen to me
It is not only one or two things that happen
It is much more than
Anyway I’m trying to get better
Bybye everyone!!
4月10日 09*04*06
กาลครั้งหนึ่งฉันรักเธอ
รัก - ไม่รัก
ฉันไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงรักเธอ คงเหมือนกับที่เธอไม่รู้ว่า ทำไมถึงไม่รักฉันมั้ง
ความรู้สึกของคนเรามันมีคำอธิบายเสมอ แต่คำอธิบายนั้นคงมีไว้อธิบายกับตัวเองเท่านั้น
การที่ฉันรักเธอ อาจเป็นเรื่องที่อธิบายง่ายๆ อย่างเช่น... รอยยิ้มที่เธอยิ้มให้ฉัน แววตาที่เธอมองฉัน คำพูดง่ายๆที่เธอพูดกับฉัน และเธอดีกับฉันทั้งที่ไม่ได้รักละมั้ง...ฉันถึงรักเธอ บางทีนะ..อาจเป็นเพราะเหตุผลเหล่านั้นก็ได้
แล้วเหตุผลของเธอ ที่ไม่ได้รักฉัน ก็อาจเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เหมือนกับเหตุผลที่ฉันรักเธอนั่นล่ะ
...บางอย่างคงพูดไม่ได้ว่าทำไมไม่รัก เหมือนกับที่ฉันพูดได้ไม่หมดว่าทำไมถึงรัก
Once I say I love you I think you would be gone. Oh baby.
|
||||
|
|